Sunday, November 22, 2015

4 คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่น่ารำคาญสุดๆ!!

4 คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่น่ารำคาญสุดๆ!!

          เคยไหม? เวลาพูดภาษาอังกฤษเราจะชอบใช้คำฟุ่มเฟือยในหลายประโยคที่เอ่ยออกมา จำพวกคำที่พูดออกมาก็ไม่มีความหมายอะไร ไม่ใช่แค่คนไทยนะครับ แต่ฝรั่งเค้าเองก็มีมีคำบางคำที่ถ้าเอามาใช้บ่อยๆมันน่ารำคาญสุดๆเลยล่ะ มาดูกันว่าทุกวันนี้เราใช้คำพวกนี้บ้างไหม


jargonfeatured-opt


ระวังให้ดี!! ถ้าคุณกำลังติดการใช้คำเหล่านี้บ่อยๆ!!

1. something like that – ประมาณนั้นอ่ะ
คุยกับบอสฝรั่งอยู่ดีๆ จะพูดถึงโปรเจ็คใหญ่โต แต่ไม่รู้จะบรรยายยังไงดันไปใช้ something like that ซะงั้นอะ อีแบบนี้ภาพลักษณ์เราคงติดลบแหงๆ แทนที่จะถูกชื่นชมในความเป็นการเป็นงาน   
Pimporn: Right now we’re working on a CSR project. We plan to get people in the area involved….umm… something like that. (ตอนนี้เรากำลังทำโปรเจ็คที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบทางสังคมค่ะ เราคิดว่าจะดึงคนในพื้นที่เข้ามาด้วย เอ่อ…ประมาณนั้นแหละ)




2. I mean – จริงๆแล้ว…
คำนี้ถ้าใช้เยอะก็น่าเบื่อพอๆกัน อะไรๆก็ I mean, I mean, I mean … จะพูดทั้งทีก็เอาให้มันถูกตั้งแต่แรกเลยดีกว่านะครับแหม่ 
วันหนึ่งคุณแฟนทำหน้าบูด ยื่นมือถือมาให้ดูไลน์
แฟน: Who the hell is this?!! (สาวที่ไหนแชทมาห๊ะ!!)
จำเลย: Baby, I don’t even know who that is! I mean, she was a friend at work. No! I mean, we never really talked… I mean, we had to discuss work once or twice… 
(โธ่ที่รัก ใครอ่ะ เค้าไม่รู้จักด้วยซ้ำ จริงๆแล้วนั่นมันเพื่อนร่วมงาน ไม่ๆ…จริงๆแล้วเราไม่เคยคุยกันเลยนะ เอ่อ…ผมหมายความว่า เราอาจเคยคุยเรื่องงานกันครั้งสองครั้งเอ๊ง…) อ้ำอึ้งแบบนี้ก็รอเก็บซากได้เลย




3. like – แบบว่า
นี่ก็เป็นอีกคำที่ฮิตมาก นึกอะไรไม่ออกให้บอก like, like, like…. ความจริงถ้าเผลอใช้บ่อย ให้ตัดออกไปบ้างก็ดี
This movie is, like, really good. 
หนังเรื่องนี้อ่ะ แบบว่าดีมากๆเลยนะ
This meal is, like, the best I’ve ever had.
อาหารมื้อนี้อะ แบบว่า อรอ่ยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย




4. you know – รู้ป่ะ, อ่ะนะ 
สุดท้าย มาที่วลีเด็ดอย่าง You know? ที่เราต้องเคยใช้หรือได้ยินมาบ้างแน่นอน
A: What did you mean when you say that John’s not to be trusted? (ที่เธอบอกว่าอย่าไว้ใจจอห์นอะ หมายความว่าไงหา)
B: He’s such a playboy. You know what I mean!  (หมอนั่นมันเจ้าชู้จะตาย เธอก็รู้ใช่มะ)

นั่นแน่….มีใครเคยเอามาใช้รวมกันมั้ยครับ เช่น

I mean, like he’s very nice and all, but sometimes he can be, like, a pain in the ass you know?
อืมนะ แบบว่าเค้าก็เป็นคนนิสัยดี แต่บางครั้งเค้าก็ แบบว่า กวนตีนโคตรๆเลยอะ เก็ตป้ะ?
เห็นมั้ยครับว่าถ้าใช้คำพวกนี้บ่อยมันน่ารำคาญขนาดไหน คนพูดยังปวดหัวแล้วคนฟังจะขนาดไหนล่ะเนี่ย ดังนั้น เอ่อ…แบบว่า…เลี่ยงได้ก็เลี่ยงไม่ใช้นะ

ที่มา : http://www.dailyenglish.in.th/4-annoying-words/

เลิกสับสนระหว่าง Adjective กับ Adverb กันเถอะ


เลิกสับสนระหว่าง Adjective กับ Adverb กันเถอะ

adjective-vs-adverb


มีหลายคนที่ยังคงสับสนอยู่กับเรื่องของ Adjective และ Adverb ซึ่งไม่แปลกครับ คุณคือคนปกติทั่วไปเพียงแค่คุณต้องมาให้เวลาเพื่อทำความเข้าใจ กับคำสองคำนี้อีกนิดเท่านั้นเอง


ถ้างั้นขอเริ่มที่ Adverb หรือคำกริยาวิเศษณ์ (ผมชอบจำว่า Add + Verb คำที่เพิ่มเติมจาก verb) คือคำที่ทำหน้าที่ขยายคำกริยา โดยเราสามารถพบเจอ adverb ได้หลายตำแหน่งในประโยค ไม่ว่าจะเป็น หน้าคำกริยา หลังคำกริยา หลังคำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรม หน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) หรืออยู่หน้าคำกริยาวิเศษณ์เอง (Adverb) เช่น
  • Carefully อย่างระมัดระวัง
    Handle the glasses carefully. (ถือแก้วอย่างระมัดระวัง)
    Carefully ทำหน้าที่เป็น Adverb ขยายคำกริยา (handle) และวางอยู่หลัง กรรม (the glasses)
  • Already เรียบร้อยแล้ว
    Their baby is able to walk already. (ลูกของพวกเขาสามารถเดินได้เรียบร้อยแล้ว)
    Already ทำหน้าที่เป็น Adverb ขยายคำกริยา (walk) และวางอยู่หลัง กริยา (walk)
  • Often บ่อยๆ
    He often goes to the park. (เข้าไปที่สวนสาธารณะอยู่บ่อยๆ)
    Often ทำหน้าที่เป็น Adverb ขยายคำกริยา (go) และวางอยู่หน้า กริยา (go)
    ** ประโยคนี้มีประธานเป็นเอกพจน์ คำกริยาจึงต้องผันตามประธานโดยการเติม -es
  • Quite ค่อนข้าง
    The movie is quite fun. (ภาพยนตร์ค่อนข้างสนุก)
    Quite ทำหน้าที่เป็น Adverb ขยายคำคุณศัพท์ (fun) และวางอยู่หน้า คำคุณศัพท์ (fun)
  • Very มาก(เป็นการเน้นย้ำ)
    A turtle walks very slowly. (เต่าเดินช้ามาก)
    Very ทำหน้าที่เป็น Adverb ขยายคำกริยาวิเศษณ์ (slowly) และวางอยู่หน้า คำกริยาวิเศษณ์ (slowly)
    *** หากเราแปลคำๆนั้นแล้วเห็นว่า คำๆนั้นทำให้เราเห็นภาพของคำกริยาชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม ให้คิดไปก่อนเลยว่านั้นคือคำกริยาวิเศษณ์ หรือ Adverb ครับ
***Adverb บางคำเกิดจากการนำเอา Adjective มาเติม –ly เช่น completely (อย่างสมบูรณ์), successfully (อย่างประสบความสำเร็จ)
ต่อมาถึงคิวของ Adjective แล้วหละครับ สำหรับ adjective หรือคำคุณศัพท์ คือคำที่ทำหน้าที่ขยายคำนาม โดยทั่วไปจะพบเจอได้ที่หน้าหรือหลังคำนาม และหลัง V. to be เช่น

  • Tired เหนื่อย
    I am tired. (ฉันเหนื่อย)
    Tired ทำหน้าที่เป็น Adjective ตามหลัง V. to be (am)
  • Out of ออกจาก
    Nobody was allowed to go out of the room. (ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกไปจากห้องนี้)
    Out of ทำหน้าที่เป็น Adjective อยู่หน้าคำนาม (the room)
  • Happy
    You made me happy. คุณทำให้ฉันมีความสุข
    Happy ทำหน้าที่เป็น Adjective อยู่หลังคำนาม (me)
    *** หากเราแปลคำๆนั้นแล้วเห็นว่า คำๆนั้นทำให้เราเห็นภาพของคำนามชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม (เห็นหรือเข้าใจว่านามนั้นเป็นแบบไหน มีลักษณะอย่างไร มีปริมาณขนาดไหน ให้คิดไปก่อนเลยว่านั้นคือคำคุณศัพท์ หรือ Adjective 
เป็นไงกันบ้างครับอาการมึนงง เพราะสับสนระหว่างคำสองคำนี้ดีขึ้นไหมครับ หรือว่าหนักขึ้นกว่าเดิม หากใครอาการหนักกว่าเดิมก็อย่าเพิ่งท้อนะครับ อย่างที่เคยบอกว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาของเรา ดังนั้นเราจึงต้องใช้ความพยายามมากกว่าการเรียนภาษาไทยแน่นอนครับ สู้ๆไปด้วยกันนะ

ที่มา : http://www.dailyenglish.in.th/adjective-vs-adverb/

some time, sometimes, sometime ต่างกันยังไง?

some time, sometimes, sometime ต่างกันยังไง?



sometime


เห็นหัวข้อแล้วหลายคนอาจจะงงๆว่าพวกเราจะเขียน sometime สามรอบทำไม ลองดูดีๆสิคะ ดูว่าสามคำนี้ที่มีหน้าตาคล้ายกันมากมีข้อแตกต่างกันอย่างไร แน่ะๆ บางคนอาจะตอบว่าเว้นวรรคไม่เหมือนกัน อันนึงมี s อันนึงไม่มี  แล้วมีใครรู้มั้ยคะว่า some time, sometimes, sometime มันมีความหมายเหมือนหรือแตกต่างกันยังไง

ถ้ายังไม่รู้วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้ทุกคนได้รู้เอง
อย่างแรกที่จะบอกก็คือ some time, sometimes, sometime พูดถึงเรื่องเวลาเหมือนกัน แต่มีวิธีใช้และความหมายไม่เหมือนกัน   มาดูกันว่าแต่ละอันหมายความว่าอย่างไร และมีวิธีใช้แบบไหนกันบ้าง
some time (ซัม ไทม)
ในที่นี้เป็นลักษณะการบอกว่า บางเวลา ประมาณว่ามีเวลาเท่าไหร่ หรือต้องการเวลาเท่าไหร่บ้าง จะคล้ายๆเวลาเราบอกว่า some food อาหารบางส่วนหรือบางอย่าง หรือ some people คนบางคน
ตัวอย่างเช่น
  • You know it takes some time to do that sort of thing.
    เธอก็รู้นี่ว่ามันต้องใช้เวลาในการทำสิ่งเหล่านั้น
  • I think I will spend some time listen to that lesson again.
    ฉันคิดว่าฉันต้องใช้เวลาบางส่วนฟังบทเรียนนั้นอีกครั้งแล้วล่ะ
sometimes (ซัมไทมสฺ)
ในที่นี้มีหน้าที่เป็น adverb บอกความถี่ (adverb of frequency)  มีความหมายว่า บางครั้ง
ตัวอย่างเช่น
  • I sometimes walk my dog after dinner.
    บางครั้งฉันจะพาสุนัขของฉันไปเดินเล่นหลังทานข้าวเย็น
  • Sometimes I am so tired I can’t get out of the bed!
    บางครั้งฉันก็เหนื่อยมากจนไม่สามารถลุกจากเตียงได้
sometime (ซัมไทม)
หมายถึง ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นบางเวลาในอดีต หรือบางเวลาในอนาคตก็ได้ โดยเราไม่จำเพาะเจาะจงลงว่าเวลาไหน แค่พูดถึงช่วงเวลาในตอนนั้น หรือซักช่วงในอนาคตข้างหน้า
ตัวอย่างเช่น
  • They hoped to meet up sometime.
    พวกเขาหวังว่าจะได้เจอกันอีก ในเวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่ได้เจาะจง แค่หวังว่าในอนาคตซักวันน่าจะได้พบกันอีก
  • I went to Peter’s sometime last month.
    ในกรณีนี้บอกว่าฉันได้ไปหาปีเตอร์บ้างที่บ้านของในในช่วงเดือนก่อน แต่ไม่ได้ระบุว่าเวลาไหนบ้าง ไปมากี่ครั้ง อาจะไปหลายครั้งหรือครั้งเดียวก็ได้
  • Let’s go and see Peter sometime next week.
    ในที่นี้บอกว่า ไปหาปีเตอร์บ้างเถอะอาทิตย์หน้า ไม่เจาะจงว่าวันไหนหรือกี่วันแต่บอกแค่ว่าอาทิตย์หน้าวันใดวันหนึ่งจะไปหาปีเตอร์
พอจะเข้าใจความแตกต่างของทั้งสามคำนี้บ้างหรือยัง ไม่ยากเลยใช่มัยคะ แค่ต้องลองสังเกตแล้วนึกความหมายดูดีๆว่าเราต้องการสื่ออะไร หรือคนพูดต้องการสื่ออะไร เพียงเท่านี้ การนำ some time, sometimes, sometime มาใช้ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว

ที่มา : http://www.dailyenglish.in.th/how-to-use-sometime/

ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับ การแสดงความคิดเห็น Opinion


ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับ

การแสดงความคิดเห็น Opinion

ประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับ "Opinion"

     As you know, there are two ways to express our opinion, either in a positive way or a negative way.
So let's look at the possitive way first.
     When we appreciate something, common words that we normally use are "good" or "bad" and "beautiful" or "ugly".

We can also use the words "very" in front of these words.

โดยปกติเราก็จะแสดงความเห็นของเราทั้งแง่บวก และลบด้วยคำว่า

     "Good" or "Bad" แปลว่า ดี หรือ แย่ และคำว่า "Beautiful" or "Ugly" แปลว่า สวย หรือ น่าเกลียด ซึ่งเรายังสามารถใส่คำว่า "Very" แปลว่า อย่างมาก นำหน้าคำเหล่านี้เพื่อบอกถึงระดับ หรือปริมาณของคำแสดงความเห็นที่เพิ่มมากขึ้น


Opinion = การแสดงความคิดเห็น
คําศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ "Opinion"
   
  Let's start with positive words.
We can arrange them in groups of word meaning from good to extremely good.

     เราจะเริ่มอธิบายคำแสดงความเห็นเชิงบวกกันก่อน โดยสามารถจัดกลุ่มตามความหมายของคำจาก ดีนิดน่อย ไปถึง ดีมากๆ ดังนี้


"Pleasant and Lovely" = Nice
กลุ่มคำนี้แปลว่า "ดี, น่าพอใจ หรือ น่ารัก"

"Excellent, Great, Remakkable and Superb" = Very Good
กลุ่มคำนี้แปลว่า "ดีมาก, เยี่ยมมาก, ไม่ธรรมดา และ สุดยอด"

"Fantastic, Magnificent, Marvelous, Sensational, Terrific, Tremendous, Wonderful, Gorgeous" = Extremely Good
กลุ่มคำนี้แปลว่า "มหัศจรรย์, สง่า, วิเศษ, ยิ่้งใหญ่, ยอดเยี่ยม"

Opinion = การแสดงความคิดเห็น 
คําศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ "Opinion"
      For negative words, we can also arrange them in groups of word meaning from bad to very bad.


     สำหรับคำแสดงความคิดเห็นเชิงลบ เราก็สามารถอธิบายตามกลุ่มความหมายของคำ จาก"แย่นิดหน่อย" ไปจนถึง "แย่มากๆ" ได้เช่นเดียวกัน


"Inferior, Poor, Wicked" = Bad
กลุ่มคำนี้แปลว่า "ด้อยกว่า, แย่"

"Awful, Dreadful, Terrible, Horrible" = Very Bad
กลุ่มคำนี้แปลว่า "แย่มาก, เลวมาก"


Opinion = การแสดงความคิดเห็น

คําศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ "Opinion"
     Moreover we can express our feelings by using these words; Exciting, Fascinating, Interesting or Boring

นอกจากนี้เราก็สามารถแสดงความเห็นของเราด้วยการใช้กลุ่มคำเหล่านี้คือ

Exciting = น่าตื่นเต้น
Fascinating = น่าหลงใหล
Interesting = น่าสนใจ
Boring = น่าเบื่อ



หากเราอยากให้กลุ่มคำที่มีความหมายแบบนี้แต่เป็นการแสดงความรู้สึกก็ต้องเปลี่ยนรูปโดยตัด "ing" ออก แล้วใส่ "ed" เข้าไปแทน 

ยกตัวอย่างเช่น

Excited = รู้สึกน่าตื่นเต้น
Fascinated = รู้สึกน่าหลงใหล
Interested = รู้สึกน่าสนใจ
Bored = รู้สึกน่าเบื่อ

ที่มา  : http://www.dmc.tv/pages/%E0%B8%84%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9/%E0%B8%84%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99-Opinion.html

การแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ


การแนะนําตัวเป็นภาษาอังกฤษ

การแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ (How to introduce yourself)

การแนะนําตัวเป็นภาษาอังกฤษ

Non-formal way (ไม่เป็นทางการ) เราอาจจะพูดเพียงแค่คำว่า “Hello” หรือ “Hi” ตามด้วยการแนะนำตัวเอง เช่น “Hi, my name is Jew.” โดยอีกฝ่ายมักจะตอบกลับโดยระบุชื่อเรา เช่น “Hi, Jew. I’m Sarah.” หรือ อาจจะพูดว่า “Hello, Jew! Pleasure to meet you.” ก็ได้ ตามด้วยการเริ่มบทสนทนา โดยอาจเริ่มต้นด้วยการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบต่างๆ เช่น “How are you today?” และอื่นๆ
*หากเราต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ให้เป็นแบบกันเอง โดยไม่อยากที่จะใช้ชื่อจริงคุยกัน ก็อาจจะแนะนำชื่อเล่นของเราไปเลย หรือ อาจจะใช้วิธีการแนะนำชื่อจริงแล้วตามด้วยชื่อเล่นของเราก็ได้ เช่น “Hi, my name is Jew, but you can call me Dek-Eng.” หรือ อาจจะพูดว่า "Hi, my name is Jew, but all my friends all call me Dek-Eng."
Formal way (ทางการ) ในการแนะนำตัวแบบเป็นทางการนั้น เราจะต้องใช้ประโยคทำความรู้จัก แนะนำชื่อ และ ตามด้วยการแนะนำตัวสั้นๆว่าเราเป็นใคร หรือ มาจากไหน
"May I / I'd like to introduce myself. I'm Jew, from Dek-Eng.com."

“Nice to meet you. My name is Jew, from Dek-Eng.com.”

หรือ “My name is Jew, from Dek-Eng.com. Nice to meet you.”
*สำหรับการแนะนำตัวส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบ Formal หรือ Non-formal ก็มักจะควบคู่ไปกับการจับมือทักทายกัน หรือ การทักทายตามวัฒนธรรมต่างๆ เสมอ ซึ่งเพื่อนๆสามารถศึกษาต่อได้ใน ….
ประโยคแนะนำตัวที่เรานิยมใช้กันในชีวิตประจำวัน ได้แก่

(It’s) Nice/Good/Great to meet you.
(It’s) Nice/Good/Great to see you.
(I’m) Pleased to meet you
It’s a pleasure to meet you
(I'm) Delighted to meet you
(I’m) Glad to meet you
(It’s) Nice to meet you / (It’s) Nice meeting you
How do you do?
ประโยคที่ใช้ในการทักทายตอบ ได้แก่

Nice/Good/Great to meet you too.
The pleasure is mine
Pleasure / My pleasure
Likewise
Same here
Same to you
Same
You too (ใช้ตอบประโยคทักทายที่ใช้ It’s…to meet you)
Me too (ใช้ตอบประโยคทักทายที่ใช้ I’m…to meet you)
ทั้งนี้ทั้งนั้นควรเลือกใช้ประโยคเหล่านี้ให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ หรือ ผู้สนทนาด้วย
ส่วนใครที่มีคำถามว่า จะพูดอย่างไรเพื่อกล่าวคำลา สำหรับการกล่าวคำลานั้น เรามักจะเน้นอีกครั้งถึง ความรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักกับผู้สนทนา เช่น

It was a pleasure to (meet/have met) you
It was nice meeting you. I look forward to our next meeting.
It was nice to meet you. We’ll be in touch.
Nice meeting you. I hope to see you soon.

ที่มา : http://www.dek-eng.com/2458/ภาษาอังกฤษน่ารู้/บทความภาษาอังกฤษ/การแนะนําตัวเป็นภาษาอังกฤษ.html

Monday, November 16, 2015

คำศัพท์ในหมวดต่างๆ

คำศัพท์ในหมวดต่างๆ

คำศัพท์ผลไม้ภาษาอังกฤษ – Fruit

 ศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับผลไม้ต่างๆ  (Fruit) เป็นผลไม้ที่ทุกคนคงรู้จักกันดี ผลไม้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราทกคน มาเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษง่ายๆ ที่เป็นชื่อผลไม้กันดูนะ




1

fruit

ฟรูท

ผลไม้

2

apple

แอ๊พเพิล

แอปเปิ้ล

3

banana

บะน๊านะ

กล้วย

4

coconut

โค๊คะนัท

มะพร้าว

5

grape

เกรพ

องุ่น

6

lemon

เล๊มเมิน

มะนาว

7

mango

แม๊งโก

มะม่วง

8

orange

อ๊อรินจ

ส้ม

9

papaya

พะไพ๊ยะ

มะละกอ

10

pineapple

พ๊ายแนพเพิล

สัปปะรด




ที่มา : http://ภาษาอังกฤษออนไลน์.com/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9-fruit-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87/

คำศัพท์อาหารที่มีประโยชน์ Healthy Food

 คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  (Healthy Food) ร่างกายของเราต้องการอาหารที่ดีมีคุณค่า มาเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับอาหารที่มีคุณค่าและน่ากินกันนะ




1

food

ฟูด

อาหาร

2

bread

เบรด

ขนมปัง

3

cheese

ชีส

เนย

4

chicken

ชิ๊คเคิน

ไก่

5

egg

เอก

ไข่

6

fish

ฟิช

ปลา

7

noodle

นู๊เดิล

ก๋วยเตี๋ยว

8

rice

ไรซ

ข้าว

9

salad

แซ๊เลิด

สลัด

10

spaghetti

สปะเก็ททิ

สปาเก็ตตี้




ที่มา : http://xn--12cl9ca5a0ai1ad0bea0clb11a0e.com/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C-healthy-food-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5/

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เครื่องดื่มต่างๆ

 คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เป็นเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มต่อไปนี้ เป็นคำง่ายๆที่ต้องจดจำให้ได้เลยนะครับ เอามาฝากกัน 10 คำ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง




ที่

คำศัพท์

คำอ่าน

คำแปล

1

beer

เบีย

เบียร์

2

coffee

ค๊อฟฟิ

กาแฟ

3

drinks

ดริงค

เครื่องดื่ม

4

juice

จูส

น้ำผลไม้

5

lemonade

เล็มเมินเนด

น้ำมะนาว

6

milk

มิลค

นม

7

soda

โซ๊ดะ

น้ำอัดลม

8

tea

ที

ชา

9

water

ว๊อเทอะ

น้ำ

10

wine

ไวน

ไวน์


ที่มา : http://xn--12cl9ca5a0ai1ad0bea0clb11a0e.com/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5/

https://www.youtube.com/watch?v=DC_J9TyWNXA






https://www.youtube.com/watch?v=IcbjO-2Q-2A





https://www.youtube.com/watch?v=Z-bVW0IffJ0